::
::
 


จีเอ็มโอ...โกลด์ซีรีส์ จนวันนี้กับความไม่รู้ของผู้บริโภค (ตอน 1)

อย่าเพิ่งหาว่าแม่อบเชย เชยสมชื่อเลยนะคะที่เพิ่งจะมาพูดถึง GMOs
กับชาวบ้านเขาในขณะที่คนอื่นเขาพูดกันไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ
เรื่องมันก็คือว่า แม่อบเชยเองก็มิได้นิ่งนอนใจ ที่จะเสนอข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ
ปากท้องและสุขภาพของคุณผู้อ่านหรอกค่ะ แต่เผอิญว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของ
มนุษยชาติเชียวค่ะ เลยไม่กล้าเสนอสุมสี่สุ่มห้าค่ะ อยากจะรอจนผลการวิจัยเขาออกมา
แน่นอนเสียก่อนว่าดีร้ายอย่างไร จึงจะบอกกล่าวเล่าแจ้งให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจอย่าง
ถ่องแท้ค่ะ
แต่ทีนี้พอลองนับนิ้วดู จากวันที่เขาเริ่มมีการพูดถึงจีเอ็มโอ กันอย่างหนาหู
มาจนวันนี้ก็นานนมเต็มทีแล้วนะคะ จนหานิ้วมานับเพิ่มมิไหวแล้ว แม่อบเชยก็เลย
คิดว่าหากจะรอจนกว่าผลการวิจัยขั้นสุดท้ายออกมา คงได้ไปยืมนิ้วชาวบ้านจาก
คอองคุลีมาลมานับด้วยเป็นแน่แท้ แถมอาจจะต้องหงำเหงือกมาจิ้มคีย์บอร์ดเขียน
อย่างไม่ต้องสงสัย อย่ากระนั้นเลย เขาว่ามาอย่างไร ก็เล่าแจ้งแถลงไขกันไปอย่างนั้น
จะดีกว่า ก่อนที่มันจะกลายเป็น Gold Series ค่ะ (หมายถึงว่า ยาวเหยียด
นับร้อยเพลง เอ๊ย! นับร้อยตอนค่ะ) ขณะอ่านก็โปรดใช้ดุลยพินิจให้ดีนะคะ หากอ่าน
พร้อมบุตรหลานก็อย่าลืมอธิบายขยายความเพิ่มเติมให้เสียด้วยค่ะ หากบุตรหลาน
ไม่เข้าใจ อย่าไปดุด่าว่ากล่าวนะคะ เพราะว่าคนเรามีเพียง "รู้กับไม่รู้" เท่านั้นค่ะ
(คุ้นๆ ไหมคะ สำหรับสโลแกน) ส่วนคนที่เป็นโรคหัวใจ โปรดอ่านในความดูแล
ของแพทย์ …นั่นก็เกินไปค่ะ… อาหารจีเอ็มโอ จะว่ามันธรรมดาก็ธรรมดาเพราะ
เราบริโภคกันมาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็คงไม่น้อยแล้ว แต่หากจะมองให้เป็นเรื่องใหญ่
ก็ไม่ผิดอีกค่ะ เพราะว่าอะไรที่มันผิดธรรมชาติไปมากๆ นั้นมันก็ไม่สมควรแก่การ
บริโภคอยู่แล้วนั่นเอง
GMOs เป็นคำย่อค่ะ ซึ่งคำเต็มๆ ก็คือว่า Genetically Modified
Organism
ค่ะ หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่ได้รับการปรับแต่งยีนหรือหน่วยพันธุกรรม
ด้วยวิธีทางพันธุวิศวกรรม ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้น พืชหรือสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นใดก็ตาม
ที่ถูกนำมาตัดต่อ ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมมันเสียใหม่นั้น ก็เพื่อให้
สอดคล้องกับความต้องการอุปโภคบริโภคของมนุษย์เกือบทั้งนั้นเลยค่ะ เช่น แตงโม
ปกติมีเมล็ด หากไม่อยากให้มีเมล็ดก็นำพันธุ์แตงโมมาฉายรังสีเสีย ให้รังสีเข้าไป
ทำการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนที่จะกระตุ้นให้เมล็ดแตงโมเติบโตให้ไม่สามารถ
แสดงผลออกมาได้ แตงโมก็จะปราศจากเมล็ด เป็นที่เอร็ดอร่อยและชื่นชอบของ
นักกินที่ขี้เกียจกระทั่งจะคัดของเข้าปากเป็นอย่างยิ่งค่ะ ความจริงคนพวกนี้น่าจะมา
เรียนรู้วิธีกินแตงโมแบบไม่ต้องแกะเมล็ดจากนางสาวเป้าเพื่อนแม่อบเชยนะคะ เพราะ
เธอกินได้เป็นสวนๆ เลยค่ะ โดยที่ไม่มีเมล็ดตกหล่นให้เห็นอย่างสบายๆ แต่คิดอีกที
หากมีคนกินแตงโมแบบไม่เหลือเมล็ดมากขึ้น ภาวะเม็ดก๊วยจี๋ขาดตลาดต้องเกิดขึ้น
แน่นอนเลยค่ะ ก็ผู้บริโภคเล่นกินเข้าไปหมดไม่มีเหลือหลออย่างนี้จะมีที่ไหนมา
คั่วขายใช่ไหมเล่าค่ะ คงไม่มีอะไรให้ขบเคี้ยวเพลินๆ ปาก อย่ากระนั้นเลย
เพื่อนนักบริโภคแตงโมทั้งหลาย จงอยู่ห่างนางสาวเป้าไว้ เพราะจะเป็นผลดีต่อ
ตลาดเม็ดก๊วยจี๋ค่ะ
ความจริง พืชชนิดแรกที่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมไม่ใช่ แตงโม หรอก
นะคะ แต่ว่าเป็น มะเขือเทศ ค่ะ มะเขือเทศสำหรับทำซอสมะเขือเทศนั่นเอง
ซึ่งก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเพราะว่า ต้นทุนสูงมาก แต่รสชาติ ก็ไม่แตกต่าง
จากมะเขือเทศธรรมดา ต่อมา GMOs ก็ไม่ได้วุ่นวายอยู่เพียงกับผลหมากรากไม้
เท่านั้นนะสิคะ เริ่มขยายผลลุกลามมาตามสิงสาราสัตว์ที่เรารับประทานกันเพื่อเพิ่ม
โปรตีนให้กับร่างกายมาบ้างแล้ว แถมในนมที่ใช้ชงให้เด็กทารกดื่มเพื่อการเจริญ
เติบโตของร่างกายนั้นก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย ไม่มีใครบอกได้ว่ารังสีที่ใช้ในการ
ตัดแต่งพันธุกรรมนั้นจะตกค้างมาถึงผู้บริโภคหรือเปล่า นักอนุรักษ์ทั้งหลายจึงเริ่ม
บทบาทช้างกระทืบโรงกันขึ้นมา ต่อต้านจีเอ็มโอค่ะ ชนิดเอาเป็นเอาตาย ก่อนที่จะมี
ทารกคนใดเกิดอาการแฟรงเกนส์ไสตน์ค่ะ
ทำไมเราจึงควรหวาดหวั่นว่า ผู้ที่บริโภคอาหารจีเอ็มโอจะกลายเป็น
แฟรงเกนสไตน์ ก็เนื่องจากว่ามีผลการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนหนึ่งค่ะ
บอกว่า หนูทดลองที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยป้อนมันฝรั่งที่ตัดต่อยีน เกิดอาการผิดปกติ
ที่อวัยวะภายในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหนูได้ เมื่อหนูอันตรายได้
คนก็คงแตกต่างกันหรอกค่ะ
คงพอจะคาดการณ์กันได้ใช่ไหมคะว่า ประเทศแรกที่ทำวิจัยเรื่องนี้สำเร็จคือ
สหรัฐอเมริกา แถมเริ่มแผลงฤทธิ์ต่อชาวบ้านเขาเพื่อที่ว่าหนึ่งจะได้เป็นผู้กู้
สถานการณ์ให้ชาวบ้านเขาและตำแหน่งพระเอกก็จะได้ตกแก่อเมริกาอีกครั้งด้วยการ
แปลงพันธุ์พืชหลายชนิดแล้วจดลิขสิทธิ์เป็นสมบัติของตัวเองทั้งๆ ที่ไม่มีพืช
บางชนิดนั้น ไม่เคยปรากฏอยู่ในดินแดนอเมริกาเลยนับมาตั้งแต่สมัยอินเดียนแดง
ยังไม่ย้ายเข้าไปตั้งรกรากแน่ะค่ะ ที่สำคัญ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ข้าวหอมมะลิของไทย
ก็เกือบถูกฮุบเอาไปเป็นของอเมริกาจนต้องมีการประท้วงกัน ข้าวเราจึงยังคงเป็นข้าว
เราอยู่จนวันนี้ค่ะ

ThaiFoodDB

อาหารไทย | สูตรอาหารไทย | รู้ไว้ใช่ว่า

Copyright ฉ 2000 Thaifood DB dot com. All rights reserved.
For more information please contact webcookie