::
::
 


เทศกาลกินเจ เทศกาลแห่งความรัก ตอนที่ 2

การกินเจที่แท้จริงนั้น ไม่เพียงแต่การเว้นบริโภคเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ยังต้อง
สวดมนต์ รักษาศีลไปพร้อมกันด้วย ไม่ใช่ว่ากินเจค่ะ แต่ว่าพอสามีกลับบ้านดึกก็ปา
ไม้ตีพริกเสียสามีหัวร้างข้างแตกขึ้นมาก็ถือว่าเป็นการกินเจที่ไม่สมบูรณ์ค่ะ นอกจากนี้
ยังต้องชำระร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ นุ่งขาว ห่มขาวให้สุภาพเรียบร้อย สำรวม
กิริยา วาจา ไม่กล่าวถ้อยอันจะก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจแก่ผู้ใด ไม่พูดจา
ส่อเสียดหรือหยาบโลน และต้องทำจิตใจให้ปราศจากอาการอิจฉาริษยาใด ๆ
ด้วยนะคะ ดูไปก็คล้ายว่าจะยากค่ะ แต่หากลองทำดูจริงๆ แล้วอาจจะค้นพบว่า
ช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุด ก็คือช่วงเวลาที่เรามีจิตใจสงบสุขนี่แหละค่ะ ถึงได้
เห็นกันอยู่บ่อยๆ ว่าคนที่รักษาศีลกินเจนั้นมีผิวพรรณที่ผุดผ่อง สาเหตุไม่ได้มาจาก
สารอาหารประเภทวิตามินจากพืชผักเท่านั้น แต่มาจากสภาพภายในจิตใจ
ที่สงบงามนั่นด้วยค่ะ ถึงได้มีแนวความคิดที่ว่า Beauty builds in อย่างไรละคะ
หลายคนอาจจะยังสับสนอยู่ว่ากินเจกับกินมังสวิรัตินี้มีความเหมือนหรือ
ความต่างกันอย่างไรหรือ ความจริงก็คือว่า การกินมังสวิรัติมีข้อจำกัดน้อยกว่าการ
กินเจค่ะ เพราะว่ามังสวิรัติสามารถบริโภคนมได้ แถมบางคนยังบอกอีกว่าหากไข่ไก่
ที่ยังไม่ได้ถูกผสมเชื้อตัวผู้เข้าไป ยังสามารถบริโภคได้ด้วย แต่อาจจะลำบาก
อยู่สักหน่อยที่จะนำไข่ไก่ไปพิสูจน์ก่อนว่าปราศจากมลทินของไก่เพศผู้หรือไม่จึงค่อย
นำไปประกอบอาหารนะคะ ส่วนอาหารเจนั้น นอกจากห้ามบริโภคเนื้อสัตว์แล้ว
นมและผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ ก็ห้ามด้วยเช่นกัน และที่สำคัญผัก 5 ชนิดที่มีกลิ่นฉุน
และรสชาติที่เผ็ดร้อน ได้แก่ หอม กระเทียม กุ๋ยช่าย ใบยาสูบและลักเกียวซึ่ง
เป็นเครื่องเทศจีนชนิดหนึ่งลักษณะคล้ายขิงค่ะ กลิ่นจะฉุนมาก บางแห่งห้าม
แม้กระทั่งผักชี เพราะผักพวกนี้มีสรรพคุณไปกระตุ้นอารมณ์เซ็กส์ได้ค่ะ หากอยู่
นอกช่วงเวลาของการกินเจก็อาจจะดีทีเดียวนะคะ เพราะว่าผักพวกนี้ ถูกสตางค์กว่า
ไวอากร้าเยอะเลยค่ะ แต่หากบริโภคกันเข้าไปทั้ง 5 ชนิดพร้อมกัน แม่อบเชยว่า
กลิ่นอันรุนแรงของมันอาจจะทำให้อีกฝ่ายตายได้ก่อนที่จะมันจะออกฤทธิ์อย่างอื่น
ก็ได้นะคะ
รับประทานอาหารเจแล้วจะเกิดภาวะขาดสารอาหารหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรา
กินแบบเคร่งครัดเกินไปหรือไม่นะคะ และที่สำคัญ แม้จะกินอย่างเคร่งครัดแต่ว่า
กินเพียง 9-10 ในช่วงเทศกาลนี้เท่านั้นก็ยิ่งไม่ต้องวิตกกังวลอะไรเลยค่ะ แต่หาก
กินเจไปตลอดชีวิตสิคะ ควรแก่การมาทบทวนกันดูอีกสักหน่อย เพราะแม้ว่าถั่วเหลือง
นั้นจะมีคุณค่าทางโภชนาการแทนอาหารเนื้อสัตว์ได้นั้นก็ใช่ว่าสามารถแทน
ได้ทั้งหมด โปรตีนบางชนิดที่ถั่วเหลืองไม่สามารถให้กับร่างกายมนุษย์ได้
ก็มีเหมือนกันค่ะ
ลองมาดูสรรพประโยชน์ของอาหารเจกันดูนะคะ อาหารเจเป็นอาหารที่ย่อย
ง่ายค่ะ เพราะส่วนประกอบเกือบทั้งหมดประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวในปริมาณต่ำ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ความดันโลหิตสูงนะคะ รวมทั้งคนที่เป็นเก๊าท์ด้วยค่ะ
อาหารเจประกอบไปด้วยเส้นใยไฟเบอร์เยอะแยะไปหมดค่ะ ดังนั้นจึงไม่มีเวลาตกค้าง
เป็นของเสียในร่างกายเราได้นานนัก เพราะมันจะถูกขับออกมาในระยะเวลาที่
เหมาะสมกับระบบย่อยอาหารของเรามากที่สุด ดังนั้นผู้ที่รับประทานอาหารเจ
จึงไม่เคยประสบปัญหาเรื่องท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยวหรือว่าท้องผูกเลยค่ะ
และที่สำคัญช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดีด้วยนะคะ
อาหารประเภทที่ตรงข้ามกับเจนั้นเรียกกันว่า "อาหารชอ" นะคะ
จะมีอาหารเจหลายอย่างมากค่ะที่พยายามทำหน้าตาให้คล้ายอาหารชอมากที่สุด
ก็ดีนะคะ ในแง่ที่ว่าช่วยให้ผู้บริโภคเจนั้นสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารได้มากขึ้น
เพราะคนเรานั้น อย่างไรเสียก็ยังยึดมั่นกันอยู่กับรูปร่างภายนอก กระทั่งของที่จะกิน
เข้าไปเพื่อให้ตัวเองรู้จักการลดละเลิก ก็ยังไปผูกพันอยู่กับกิเลสภายนอกจนได้
เรื่องอย่างนี้ก็พูดยากเพราะว่า เรื่องของใจอะไรก็แทนไม่ได้….นั่นเองค่ะ…
สำหรับการประกอบอาหารเจนั้น อาจจะมีหลักการยุ่งยากไปอยู่สักหน่อย
สำหรับหลายคนที่ไม่มีเวลา แต่ปัญหาดังกล่าวนี้ก็จะหมดไปทันทีค่ะ เพราะว่า
อีกไม่กี่วันเราก็คงเห็นธงสีเหลืองปลิวไสวไปทั่วตลาดร้านรวงต่างๆ แล้ว สัญลักษณ์
ของอาหารเจ อาหารบริสุทธ์จะปักธงสามเหลี่ยมสีเหลืองให้สังเกตได้อย่างง่ายดาย
เทศกาลกินเจปีนี้ ลองตรึกตรองถึงความหมายที่แท้จริงกันอีกสักทีนะคะ อย่าเป็น
แต่เพียงว่าตามกระแสนิยมหรือรอคอยดูม้าทรงในเทศกาลที่น่าหวาดเสียวนั่นเลย
นะคะ แล้วจะซาบซึ้งถึงคุณค่าของการกินเจอย่างแท้จริงค่ะ
Hot Issue ประจำเทศกาลกินเจในประเทศไทยปีนี้ไม่มีอะไรเกินหน้าเกินตา
เรื่องซอสถั่วเหลืองที่มีสารปนเปื้อนค่ะกระแสแรงมากจนเกือบถูกต่างชาติสั่งห้าม
นำเข้าซอสถั่วเหลืองจากประเทศไทยในช่วงเทศกาลกินเจกันเลยทีเดียวนะคะ
เพราะมีข่าวว่ามีการใช้สารตั้งต้นในกระบวนการผลิตที่อาจจะก่อให้เกิดมะเร็ง
ได้นั่นเองค่ะ จากคำชี้แจงของผู้เชียวชาญด้านโภชนอนามัยได้อธิบายไว้ว่า สาร
3MCPD ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งอย่างที่เข้าใจนั้น ไม่ว่าจะผลิตซอสใน
ประเทศไทย ประเทศจีนหรือว่าสหรัฐฯ ก็ตาม ก็ย่อมมีสาร 3MPCD ทั้งนั้น
เพราะว่าสารดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากการหมักในกระบวนการผลิตค่ะ หากจะหลีกเลี่ยง
กระบวนการนี้ก็คงไม่ได้ เพราะการทำซอสจากถั่วเหลืองจะต้องมีการหมักถั่วเหลือง
นาน 4-6 เดือนเชียวค่ะจึงจะได้ที่ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้แจงให้ชัดเจนแล้วว่า
ซอสถั่วเหลืองที่เป็นซีอิ๊วนั้น ไม่ได้มีสารปนเปื้อนที่น่ากลัวอย่างที่เข้าใจ แต่สิ่ง
ที่น่าเป็นห่วงจริงๆ กลับคือซอสปรุงรสที่ผลิตจากการผสมถั่วเหลืองกับกรดเกลือ
และใช้เวลาเพียง 3-4 วันเท่านั้นในกระบวนการผลิต ดังนั้นสารที่อาจจะตกค้างและ
ไม่ปลอดภัยนักก็น่าจะเป็นกรดเกลือนั่นมากกว่าค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม(อีกที)นะคะ
จากมาตรฐานการยอมให้มีสารตกค้างอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้ไม่เกิน 18 mg. นั้น
ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมการผลิตของบ้านเราจึงปลอดภัยแน่นอน เพราะเรา
มีปริมาณตกค้างอยู่ต่ำกว่านั้นถึง 18 เท่าเชียวค่ะ แม่อบเชยหวังว่าคุณผู้อ่าน
จะสบายใจในการบริโภคซอสและซีอิ๊วในเทศกาลกินเจปีนี้ได้แล้วนะคะ
เรื่องของการกินเจนี้ บางคนก็เคร่งครัดกับการเลือกสรรอาหารจนกลายเป็นคน
จุกจิกเรื่องมาก จนคนเคียงข้างปั่นป่วนไปหมด แต่แม่อบเชยก็ไม่กล้าฟันธงลงไป
หรอกนะคะ ไม่เหมาะไม่ควร เพราะว่าเรื่องของศรัทธานั้น เป็นเรื่องที่ปัจเจก
เหลือเกิน แต่อยากให้นึกถึง มัชฌิมปฏิปทา หรือทางสายกลางไว้สักหน่อยนะคะ
เพราะว่า อะไรที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ย่อมไม่พอดี หรอกค่ะ หวังว่าเทศกาลเจ
ปีนี้จะอิ่มบุญกันถ้วนหน้าสุขภาพดีกันทุกคนนะคะ
หนังสืออ้างอิง…ต่วย'ตูน ปักษ์แรก มกราคม 2543

ThaiFoodDB

อาหารไทย | สูตรอาหารไทย | รู้ไว้ใช่ว่า

Copyright ฉ 2000 Thaifood DB dot com. All rights reserved.
For more information please contact webcookie