|
หน้าหนาวและพิธีวิวาห์กับอาหารรายการประจำ
ตอนที่ 1
ย่างเข้าเขตหน้าหนาว
ลมหนาวก็โชยพัดกระหน่ำ สายลมแผ่วมาในเวลาค่ำ
ทำให้หลายคนดำรงชีวิตอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว การ์ดสีชมพูปลิวกันให้ว่อนไปหมด
ยิ่งกว่าใบปลิวโจมตีอเมริกากับตาลีบันเสียอีกค่ะ ยิ้มรื่นกันทั้งคนแจกคนรับไปเลย
ล่ะค่ะ คนแจกก็อาจจะยิ้มเพราะจะมีคนไปร่วมเป็นสักขีพยานรักหรือจะมีซองแน่นๆ
กลับมาสู่มือก็แล้วแต่ล่ะค่ะ ส่วนคนรับก็ยิ้มเช่นกันนะคะ
แต่อาจจะยิ้มแบบเครียดๆ
สักหน่อยโดยเฉพาะหลายคนที่เลยวัยมะพร้าวห้าวไปแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววจะได้
แจกนั้นบ่อยครั้งที่พอถึงวันงานก็ต้องไปหาขนตาปลอมมาใส่เพราะว่าขนตาไหม้
ไปหมดแล้วด้วยความอิจฉาตาร้อนเกินไปนั่นเองค่ะ แม่อบเชยก็เป็นหนึ่งในนั้นนะคะ
อะแฮ่ม
ไม่ใช่ผู้ที่แจกการ์ดหรอกค่ะ แต่ว่าเป็นหนึ่งในผู้รับการ์ดค่ะ
ส่วนปฏิกิริยา
ต่อการ์ดเป็นแบบใด เดากันเองก็ได้นะคะ เพราะว่าสัปดาห์เดียวได้มา
5 ใบเลยค่ะ
น่าปลื้มเสียจริงๆ
การแต่งงานนั้นเป็นเรื่องสวยงามค่ะ
เริ่มจากความรักที่สวยงามระหว่าง
คนสองคนหรือหลายคนตามจำนวนญาติโกโหติกาที่จะมาร่วมกันพินิจพิจารณา
ลงมติรับเขยหรือสะใภ้เข้าบ้าน และตามด้วยการขอแต่งงานที่สวยงามอีกเช่นกัน
และการแห่ขันหมากที่สนุกสนานรื่นเริง เต็มไปด้วยเสียงเพลงและขบวนกลองยาว
รวมทั้งหนุ่มๆ สาวๆ หรือแม้กระทั่งผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม
ให้เราเห็นกันอีก และโดยเฉพาะเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่บางคู่นั้นในวันปกติหน้าตาธรรมด๊า
ธรรมดา แต่พอถึงวันแต่งงานก็ได้รับการเนรมิตกันเสียเป็นเทพบุตรเป็นนางฟ้า
ไปเลยก็มีค่ะ ที่สำคัญนะคะ งานแต่งงานนี้ยังเป็นงานที่สร้างความอิ่มหมีพีมันให้ผู้ที่
ไปร่วมงานด้วยซึ่งนับเป็นความสวยงามอีกประการที่ไม่อาจจะละเว้นไม่กล่าวถึง
ไปได้เลยล่ะค่ะ
อาหารในงานวิวาห์นั้นแต่ละชาติแต่ละภาษาก็จะมีความแตกต่างกันออกไป
ทั้งในด้านการจัดวางการเลือกสรรเพื่อให้สอดคล้องกับแนวความคิดและคตินิยม
ในการแต่งงานนะคะ วันนี้เราจะมาดูอาหารงานแต่งแบบไทยๆ
กันค่ะ คุณผู้อ่าน
ที่เคยอยู่ใกล้ผู้เฒ่าผู้แก่ก็อาจจะเคยได้ยินคำว่า ไป
"กินสามถ้วย"
นะคะ คำนี้มาจาก
อาหาร 3 ชนิดที่จะต้องมีในงานมงคลสมรสของคนไทยในสมัยก่อนค่ะ
เนื่องจากในสมัยก่อนนั้น
การเดินทางยังไม่สะดวก เมื่อมีใครจัดงาน
แต่งงานขึ้น คนที่มาร่วมงานที่อยู่ไกลหน่อยก็จะต้องเดินทางกันลำบากและเกิดความ
เหนื่อยล้า อาหารที่ตระเตียมสำหรับต้อนรับแขกที่เพิ่งมาถึงงานก็จะต้องเป็นอาหาร
ที่เรียกพลังงานคืนได้ดี โดยอาหารดังกล่าวก็จะต้องมีชื่อและความหมายอันเป็น
มงคล สอดคล้องกับงานแต่งงานด้วย ซึ่งได้แก่อาหารหวาน 3
รายการดังนี้ค่ะ
ข้าวเหนียวน้ำกะทิ
ซึ่งมีความหมายว่า ให้คู่บ่าวสาวนั้นรักกันแน่นเหนียว
เหมือนข้าวเหนียวและมีความหวานชื่นเหมือนน้ำกะทิ
ข้าวตอกน้ำกะทิ
มีความหมายว่า ให้คู่บ่าวสาวนั้นมีความรักที่เบ่งบาน
รุ่งเรืองเช่นเดียวกับสีอันขาวสวยของข้าวตอก มีความหวานชื่นเหมือนน้ำกะทิ
เช่นเดียวกันนะคะ และในกรณีนี้แม่อบเชยมีความเห็นเพิ่มเติมว่า
อาจจะแฝงไว้ด้วย
ความหมายของข้าวตอกที่เราใช้กันในงานพิธีไหวครูด้วยก็ได้นะคะว่า
ขอให้
ความรักเบ่งบานสวยงามภายใต้กรอบประเพณีอันดีงามเช่นเดียวกับที่ข้าวตอกไม่เคย
กระเด็นออกนอกที่ครอบเวลาคั่วข้าวตอกกระนั้น
ลอดช่องน้ำกะทิ
มีความหมายให้คู่บ่าวสาวนั้นมีความรักที่ยืนยาวและจะ
ทำการใดก็ขอให้ตลอดปลอดโปร่ง ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่
เพราะลอดช่องนั้น
มีลักษณะที่รื่นไหลนั่นเองค่ะ ส่วนน้ำกะทิก็มีความหมายเดิมค่ะ
คือความหวานชื่น
นั่นเองนะคะ
อ่านต่อตอนที่
2 ค่ะ
|